ธุรกิจของบริษัท

     บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) (“PDJ”) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2516 ในนามของ บริษัท แพรนด้า ดีไซน์ จำกัด ต่อมาได้จัดตั้ง บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด ขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2527 และได้นำหุ้นสามัญเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2533 ซึ่งได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2537 ปัจจุบันบริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 634.769 ล้านบาท เป็นทุนที่ออกและชำระแล้ว 486.709 ล้านบาท โดยมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่เลขที่ 28 ซอยบางนา-ตราด 28 แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจเป็นผู้ผลิตจัดจำหน่ายและค้าปลีกเครื่องประดับแท้เป็นหลัก ปัจจุบัน เป็นผู้นำด้านการส่งออกเครื่องประดับอัญมณีของไทยซึ่งมีการกระจายฐานลูกค้าไปยังภูมิภาค ที่สำคัญของโลก อันได้แก่ อเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย

บริษัทฯ ได้วางโครงสร้างการบริหารที่สมดุลซึ่งประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้

1. ด้านการผลิต (Production)
      ผลิตเครื่องประดับอัญมณีที่มีประสิทธิภาพในด้านการประหยัดขนาดการผลิต (Economies of Scale) ส่งผลให้ต้นทุน ในการผลิตสินค้าเหมาะสมกับคุณภาพของสินค้า และได้กระจายความเสี่ยงทางด้านการผลิตเพื่อให้ครอบคลุมแทบ ทุกระดับราคาสินค้า โดยกลุ่มบริษัทฯ มีโรงงานใน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิตประมาณ 4 ล้านชิ้นต่อปี อีกทั้งมีศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ อย่างครอบคลุม

2. ด้านการจัดจำหน่าย (Distribution)
      บริษัทฯ มีบริษัทย่อยที่เป็นฐานการจัดจำหน่ายทั้งสิ้นใน 2 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา และอินเดีย ทั้งนี้บริษัทฯ ได้เลิกกิจการบริษัทย่อยประเทศเยอรมนีในปลายไตรมาสที่ 1 ปี 2561 และเริ่มแผนการลดขนาดธุรกิจบริษัทย่อยที่ประเทศอังกฤษ และประเทศฝรั่งเศส ในไตรมาสที่ 2 ปี 2562 เพื่อปรับลดฐานกิจการที่ไม่สร้างกำไร ทำให้ฐานการจัดจำหน่ายมีการบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สามารถลดภาระด้านการลงทุนและผลประกอบการที่ขาดทุน รวมถึงช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับกลุ่มบริษัทฯ

3. ด้านการค้าปลีก (Retail)
      บริษัทฯ มีบริษัทย่อยที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการค้าปลีก ซึ่งรวมถึงร้านค้าปลีกของบริษัทเอง และการจัดจำหน่ายผ่านคู่ค้าปลีกที่ได้รับการแต่งตั้งครอบคลุมเอเชียและตะวันออกกลาง เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเครื่องประดับโดยตรง ปัจจุบันมี 4 บริษัทในไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และอังกฤษ (E-commerce)

      ในไตรมาสที่ 3 ปี 2562 บริษัทฯ ได้ดำเนินกลยุทธ์ Re-Branding ปรับภาพลักษณ์การสื่อสาร ทั้ง 3 แบรนด์สินค้าให้อยู่ภายใต้แบรนด์ “PRIMA” เพียงแบรนด์เดียว โดยมีแนวคิดเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภครุ่นใหม่เป็นร้านค้า Fine Jewelry ที่นำเสนอสินค้าและบริการแบบครบวงจร ความสำเร็จการดำเนินการทำให้ฐานการค้าปลีกมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขยายตลาดไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ มีจุดจำหน่ายที่ครอบคลุมในไทยและเวียดนาม